โหนดโรงเรียน
โหนดโรงพยาบาล
โหนดผู้ผลิต-ตลาดเขียว
โหนดผู้บริโภค
กิจกรรมโครงการ
รายชื่อภาคี
หนังสือ "รวมพลังสร้างระบบอาหารสุขภาวะอย่างยั่งยืน" ที่จัดทำโดยโครงการยุทธศาสตร์บูรณาการฯ ภายใต้การสนับสนุนของแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปี สสส. ได้สัมภาษณ์คุณจันทร์จิดา งามอุไรรัตน์ ผู้รับผิดชอบ ‘โครงการเสริมความรอบรู้เรื่องอาหาร เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยเพื่อสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน’ หรือโครงการกินผัก 400 กรัม ถึงการขับเคลื่อนโครงการเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมคนวัยทำงาน สู่การบริโภคผักผลไม้ 400 กรัมเพื่อสุขภาพที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเธอได้เล่าถึงขอบข่ายของการดำเนินงานของโครงการเสริมความรอบรู้เรื่องอาหาร เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยเพื่อสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน เอาไว้ว่า “เราเชื่อว่า การจะเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่สามารถเกิดขึ้นจากการบังคับหรือบอกให้ทำจากคนอื่น แต่ต้องเกิดจากการตระหนักรู้ด้วยตัวเอง ลงมือทำด้วยตัวเอง ดังนั้นการทำงานของเราเน้นการเรียนรู้ ผ่านประสบการณ์ตรงที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ทดลองทำ เห็นประโยชน์เอง และเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยมีการสร้างกลุ่มเพื่อเรียนรู้ไปด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเรามีกลุ่ม พลังของกลุ่ม จะช่วยกันทำให้เราสามารถทำไปได้โดยตลอดรอดฝั่ง เพราะถ้าหากเราทำคนเดียว ความตั้งใจของเราก็อาจมีพลังไม่พอที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงได้”
ตลอดระยะเวลาของการทำงานที่ผ่านมา โครงการฯ ได้ออกแบบกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการทำงานร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนวัยทำงานในเมือง ทั้งกิจกรรมที่ทำงานกับพนักงานออฟฟิศโดยตรง ทำงานกับกลุ่มผู้ประกอบการและแม่ครัว ซึ่งปรุงอาหารให้กับพนักงานในสำนักงานและโรงงาน และยังทำงานกับกลุ่มบุคคลทั่วไปผ่านกิจกรรมสาธารณะ เพื่อกระตุ้นให้คนเมืองหันมาให้ความสำคัญต่อการบริโภคผักและผลไม้มากขึ้น มีการดำเนินงานในองค์กร บริษัทเอกชน หน่วยงานรัฐ และชุมชน รวมทั้งสิ้น 50 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด มากกว่า 10 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรม Office Clean, Office Green, กิจกรรม Design My Plate, 21 วันมหัศจรรย์ผักผลไม้, การพัฒนาเมนูร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหาร, จัดอบรมแม่ครัว, ประกวดเมนูอาหารสุขภาพ เพิ่มผักในวันทำงาน, ปรุงผักง่ายๆ สไตล์คนเมือง, กินผักสร้างสุข, ปลูกผัก ปลูกสติ, ค่ายบุคคลต้นแบบ, เก็บผักอินทรีย์ 400 กรัม มาทำอาหาร, กินดีสุขภาพดีเลือกได้ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของการกินผักผลไม้ และนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินของตนเอง
ชวนคนวัยทำงาน ให้หันมารักเมนูผักผลไม้
โครงการเสริมความรอบรู้เรื่องอาหาร เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยเพื่อสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน เปิดโอกาสให้คนทำงานได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างสะดวกที่สุด ด้วยการยกกิจกรรมไปเยือนกลุ่มเป้าหมายถึงสำนักงาน เช่น กิจกรรม Office Clean, Office Green ที่ใช้เวลาช่วงพักเที่ยง สาธิตการปรุงเมนูผัก และออกร้านจำหน่ายผักอินทรีย์ จากนั้นออกแบบกิจกรรมให้พนักงานออฟฟิศได้เข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้นในปีต่อมา กับกิจกรรม Design My Plate โดยใช้เวลาครึ่งวัน ซึ่งก็มีหน่วยงานและองค์กรที่ให้ความสนใจ สละชั่วโมงการทำงานเพื่อให้พนักงานได้มาเข้าร่วมด้วย
“เราจัดให้มีเสวนา ซึ่งมีคุณหมอ นักโภชนาการ และคนที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมในปีแรกมาพูดคุยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มีฐานกิจกรรมให้ลองชั่งผัก มีการตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด และมีตลาดสีเขียวจากเครือข่ายไปร่วมด้วย ทำให้นอกจากจะได้รับความรู้เรื่องประโยชน์ของการกินผักผลไม้ต่อสุขภาพแล้ว ยังรู้ว่าควรจะเลือกกินอย่างไรให้ปลอดภัย รวมถึงสามารถเข้าถึงแหล่งซื้อได้ในคราวเดียวกัน และเมื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เกิดการจุดประกายจากการฟัง ได้เห็น และเรียนรู้จากกิจกรรมนี้สั้นๆ ภายในครึ่งวันแล้ว เราจะชวนให้เขาไปต่อด้วยการทดลองทำ โดยการรับสมัครกลุ่มเป้าหมายมาทดลองเปลี่ยนพฤติกรรม ในกิจกรรม 21 วันมหัศจรรย์ผักผลไม้ เพื่อให้คนที่มีความสนใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมจริงๆ ได้มาเปลี่ยนแปลงตัวเอง
“โดยกิจกรรม 21 วันนี้ จะเป็นกระบวนการกลุ่ม ที่เราจัดให้มีการ orientation เพื่อให้ทุกคนได้สร้างเป้าหมายของตนเอง และลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่โครงการและนักโภชนาการคอยตอบคำถามและให้ข้อมูลความรู้ผ่านกลุ่มไลน์ ซึ่งผู้ร่วมกิจกรรม 21 วันมหัศจรรย์ผักผลไม้ จะเข้าไปบันทึกปริมาณผักผลไม้ที่ตัวเองกินในแต่ละมื้อในระบบเว็บแอปพลิเคชั่นของโครงการฯ ตลอด 21 วัน และส่งภาพอาหารแต่ละมื้อเข้าไปในกลุ่มไลน์ ซึ่งตรงนี้เขาจะได้เห็นแพทเทิร์นการกินของตัวเอง บางคนเพิ่งรู้ว่า ตัวเองมักจะกินอาหารซ้ำๆ เดิม จากการบันทึก บางคนถอดใจตั้งแต่สองวันแรก แต่พอเห็นเพื่อนๆ ในกลุ่มส่งภาพอาหารกันเข้ามา ก็เกิดแรงบันดาจใจ ฮึดไปต่อ บางคนไม่มีไอเดียเรื่องอาหารหรือทำอาหารไม่เป็น ก็เกิดการแลกเปลี่ยนกันในกลุ่ม
“จากนั้นก็ได้มีกิจกรรมประกวดเมนูอาหารสุขภาพ เพิ่มผักในวันทำงาน โดยยังทำกับกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมกิจกรรม 21 วันฯ ทำให้ได้เมนูสุขภาพตัวอย่างจากคนทำงานซึ่งมีเวลาน้อย และนำแบ่งปันลงในเว็บไซต์ของโครงการ รวมถึงกิจกรรมปลูกผัก ปลูกสติ ที่ชวนให้กลุ่มคนวัยทำงานมาเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกผัก หมักปุ๋ยจากเศษอาหาร เพื่อให้คนเห็นคุณค่าของอาหารและไม่ทิ้งขว้างเศษอาหารให้เปล่าประโยชน์”
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมค่ายบุคคลต้นแบบ ซึ่งนำคนต้นแบบจากการทำกิจกรรม 21 วันฯ ได้สำเร็จ ไปออกค่ายร่วมกันที่ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ เรียนรู้การปลูกผักและเก็บผักมาปรุงเป็นอาหาร ซึ่งเป็นผักอินทรีย์และผักพื้นบ้าน เพื่อเรียนรู้คุณค่าของพืชผักต่างๆ และรู้วิธีนำมาปรุงเป็นอาหารได้ และกิจกรรมกินดีสุขภาพดีเลือกได้ ที่จัดร่วมกับภาครัฐและองค์กรเอกชน
“ในกิจกรรม 21 วันมหัศจรรย์ผักผลไม้ เราพบว่ากลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมครบ 21 วัน มีความเปลี่ยนแปลงเชิงสุขภาพที่ชัดเจน ร้อยละ 90 มีการขับถ่ายดีขึ้น และในกิจกรรมปีต่อมาก็มีคนสังเกตตัวเองว่านอนหลับดีขึ้น ที่เคยเป็นภูมิแพ้ก็ลดลง พอเขาได้พบความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะปรับเปลี่ยนในเรื่องอื่นตามมา เช่น กินหวานน้อยลง กินผักผลไม้ให้มากขึ้น ทำอาหารกินเอง ปัญหาที่เคยมีค่าคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดสูงก็ลดระดับลง ความดันก็ลดลง นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทั้งกับเพื่อนร่วมงาน และครอบครัวไปในทางที่ดีขึ้น มีความสุข ความพอใจกับชีวิตมากขึ้นด้วย”
ปรุงดี สุขภาพเปลี่ยน
การทำกิจกรรมร่วมกับคนวัยทำงานเพื่อให้รู้วิธีการกินที่เหมาะสม สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ร่วมกิจกรรมได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มคนซึ่งเป็นเบื้องหลังสำคัญของเมนูอาหารในสำนักงาน และเกี่ยวข้องกับโภชนาการของคนในองค์กรโดยตรงอย่างผู้ประกอบการร้านอาหารและแม่ครัว ที่โครงการเสริมความรอบรู้เรื่องอาหาร เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยเพื่อสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน ได้เข้าไปทำงานด้วย
จันทร์จิดาเล่าว่า “เราจัดกิจกรรมพัฒนาเมนูร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่ในสำนักงานและโรงงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนได้กินผักง่ายขึ้น โดยมีวิทยากรหรือนักโภชนาการที่เป็นทีมงานโครงการ และเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารเพื่อสุขภาพด้วย มาให้ความรู้ผู้ประกอบการตั้งแต่เรื่องการจัดการต้นทุน การปรุงอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบ เช่น มีผักที่เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้นในเมนูราดหน้า ร้านข้าวแกงก็มีผักหลากหลายขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้อย่างยั่งยืนเพราะปัญหาต้นทุนสูง หรือบางร้านอยู่ในโรงงานที่จำกัดราคาอาหารสูงสุดแค่จานละ 20 บาท
“ส่วนบางแห่งที่ทำได้ก็เพราะมีบริษัทหรือองค์กรช่วยสนับสนุนร้านค้า เช่น บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ที่นอกจากจะสนับสนุนร้านค้า ยังได้สนับสนุนให้โครงการได้ไปจัดกิจกรรมกับพนักงานในโรงงานที่ศรีราชาด้วย ทั้งส่งพนักงานไปอบรมเรื่องการปลูกผักอินทรีย์ และนำผลผลิตมาขายให้กับพนักงานในสำนักงานที่กรุงเทพฯ และยังมีการจัดตลาดนัดสีเขียวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือบริษัท พรีเมียร์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการร้านอาหารเอง ก็ได้กำหนดให้มีเมนูผักประจำวันขึ้นมา และมีน้ำผักปั่นเป็นทางเลือกให้ลูกค้าด้วย”
ในด้านแม่ครัวซึ่งประจำหน้าที่อยู่หน้าครัวและเป็นผู้ลงมือปรุง โครงการฯ ได้จัดกิจกรรมอบรมเพื่อให้ความรู้เรื่องเมนูสุขภาพ การล้างผัก การปรุงอาหารที่ลดหวานมันเค็ม และการทำเมนูอาหารที่มีผักมากขึ้น
“ที่สำคัญคือสร้างแรงจูงใจให้แม่ครัวเกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนสำคัญในการทำให้คนอื่นสุขภาพดี ให้เขาได้ภาคภูมิใจ เพราะโดยพื้นฐานแล้วคนกลุ่มนี้อยากทำอะไรๆ ดีเพื่อสังคม ซึ่งจากการถอดบทเรียนหลังจบโครงการเราก็พบว่าเขารู้สึกดีและภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำสิ่งเหล่านี้”
ทุกคนล้วนเป็นนักกินที่ดีได้
แม้จะตั้งวางกลุ่มเป้าหมายของการโครงการฯ อยู่ที่คนวัยทำงานซึ่งทำงานในสำนักงานเป็นสำคัญ แต่กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปก็ไม่ได้ถูกละเลย ด้วยเชื่อว่าทุกเสียงที่ได้ส่งผ่านเรื่องนี้ออกไป ย่อมช่วยสร้างผลสะท้อนให้คนหันมามองเรื่องนี้มากขึ้น กิจกรรมปรุงผักง่ายๆ สไตล์คนเมือง จึงเกิดขึ้นด้วยการชวนคนมาร่วมเวิร์กช็อปการปรุง โดยมีเชฟมาเป็นวิทยากรสอนทำอาหาร และกิจกรรมกินผักสร้างสุข ที่ได้ชวนคนที่เคยเข้าร่วมกิจกรรม 21 วันมหัศจรรย์ผักผลไม้ แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จ มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วไปที่มาเข้าร่วมกิจกรรม ส่วนกิจกรรมเก็บผักอินทรีย์ 400 กรัม มาทำอาหาร ได้ชวนสื่อมวลชนไปร่วมเรียนรู้ที่มูลนิธิเอ็มโอเอไทย แล้วถ่ายทอดต่อผ่านสื่อของตน และยังมีกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ ที่จัดร่วมกับองค์กรและชุมชนผู้นำการเปลี่ยนแปลง
“ปัจจัยความสำเร็จในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละชุมชนนั้น ควรเริ่มจากการผลักดันให้เกิดแนวคิดสุขภาวะดี เพื่อสร้างชุมชนที่แข็งแรง ผ่านกระบวนการให้ความรู้และทดลองปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นำไปสู่การถ่ายทอดความสำเร็จโดยอาศัยสิ่งแวดล้อมองค์กร นโยบายและโครงสร้างการบริหารที่เอื้ออำนวย สื่อสารผลลัพธ์ให้รับรู้ได้ด้วยตนเอง มีความเข้าใจความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ทีมทำงานเองก็ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำ และทำให้เป้าหมายของกิจกรรมนั้นบูรณาการกับเป้าหมายขององค์กรหรือชุมชน”
สื่อสารความรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
การสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง นับเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญในการบริโภคผักผลไม้ให้เพียงพอ โครงการฯ จึงได้พัฒนาชุดความรู้ที่เข้าใจง่าย เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ ผักผลไม้ปลอดภัย ชุดความรู้กินผักสร้างสุข คู่มือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ในองค์กร/ชุมชน รวบรวมรายชื่อแหล่งจำหน่ายผักผลไม้ปลอดภัย คลิปเมนูอาหาร 100 กรัมจำให้แม่น เกมออนไลน์ชั่งผักรักเลย Your Super Food Test เผยแพร่ทั้งทาง www.vegandfruit400.org และยังติดตามข้อมูลความรู้ได้ทางเพจกินผักผลไม้ดี 400 กรัม ไปจนถึงช่องทางทวิตเตอร์ อินสตาแกรม พอดแคสต์
นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชั่นบันทึกรักผักผลไม้ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ ด้วยการบันทึกข้อมูลการบริโภคและตอบแบบสอบถามด้านสุขภาพตามระยะเวลา ซึ่งผู้บันทึกจะได้รับการประเมินสุขภาพเบื้องต้น และได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสม จากแพทย์และนักโภชนาการของโครงการ
เพราะการกินผักผลไม้ให้เพียงพอที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ทว่าความเป็นจริงกลับทำได้ยากกว่าที่คิด ทั้งด้วยข้อจำกัดที่แม้อยากทำให้ได้ก็อาจมีปัจจัยอื่นมาเป็นอุปสรรค บางคนอาจเคยชินกับพฤติกรรมการกินที่ติดตัวมาจนยากจะแก้ หรือไม่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอที่จะมองเห็นความสำคัญของผักผลไม้ในมื้ออาหาร การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างโอกาสให้คนวัยทำงานและคนทั่วไปสามารถเข้าถึงผักผลไม้ที่ปลอดภัย และสามารถอร่อยกับรสชาติของอาหารที่มีผักเป็นวัตถุดิบเพิ่มขึ้น จึงยังเป็นเรื่องที่ต้องเดินหน้าขับเคลื่อนกันต่อ เพื่อให้การกินผักผลไม้แทรกซึมไปสู่มื้ออาหารของคนทุกคน จนเป็นวิถีปกติในทุกๆ วัน
ที่มา : หนังสือ "รวมพลังสร้างระบบอาหารสุขภาวะอย่างยั่งยืน"
วาระครบรอบ 20 ปี สสส.